originaljesus PHUKETRACING  (226 views)

 
originaljesus hasn't updated their status in a while...

Location

Thailand

Birthday

February 16
 
Advertisement

Info

Birthday

February 16

Location

Thailand

 

Interests

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...soc826_2

Favorite Movies

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 

Favorite Books

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
 

hi5 Games

Play hi5 Games

originaljesus hasn't played any games recently.

 

Applications

Browse Applications

PhotoBuzz
Make your friends smile! Animate their photos with Hugs, kisses, hearts and much more...

Top Friends
Who are your Top Friends? Keep track of your best friends right on your profile with Top Friends!

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

SuperPoke Pets
Adopt the CUTEST virtual pets on the web!

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

originaljesus has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for originaljesus

Dec 7 11:14 AM
 
คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
Nov 10 10:41 PM
 
ความเชื่อที่ทำให้มนุษย์ตัวเล็กๆ ทำสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ในโลกได้
ความเชื่อที่ทำให้สิ่งที่ไม่มี ให้มีและเกิดขึ้นได้
ความเชื่อที่ทำให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่เหมือนภูเขา กลับลอยลงทะเลได้
ความเชื่อที่ทำให้ความล้มเหลวในเชิงธุรกิจ กลับเป็นจุดเปลี่ยนของความมั่งคั่ง
ความเชื่อที่ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนไม่พอ กลับหยิบยื่นออกไปได้ไม่รู้จักจบ
ความเชื่อที่ขับไล่ได้แม้แต่ความตายที่ทุกคนกลัว

ขอพระเจ้าอวยพระพรค่ะ
 
Nov 10 5:02 AM
 
เจ้ารักเราจริงหรือ???

วันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น
สิ่งที่พระเจ้าสร้างช่างสวยงามเกินบรรยาย
ในขณะที่ฉันมองอยู่นั้น ฉันสรรเสริญพระเจ้า สำหรับสิ่งสวยงามที่พระองค์ทำ
แล้วขณะที่ฉันนั่งอยู่นั้น ฉันก็รู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่กับฉันด้วย
พระองค์ถามฉันว่า “เจ้ารักเราหรือ”
ฉันตอบว่า “แน่นอน พระเจ้า พระองค์เป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ เป็นผู้ช่วยให้รอดของข้าพระองค์”
แล้วพระองค์ก็ถามว่า “ถ้าร่างกายของเจ้าพิการล่ะ? เจ้ายังจะรักเราหรือไม่”
ฉันรู้สึกงง ฉันมองลงไปที่ แขน ,ขา และที่ร่างกายของฉัน และสงสัยถึงสิ่งต่างๆ มากมายที่ฉันจะไม่สามารถทำได้ สิ่งที่ฉันมองข้ามไป
และฉันก็ตอบว่า “มันคงจะยากนะพระเจ้า แต่ข้าพระองค์จะยังรักพระองค์อยู่”
แล้วพระเจ้าก็พูดอีกว่า “ถ้าเจ้าตาบอดล่ะ? เจ้าจะยังรักสิ่งที่เราสร้างหรือไม่”
ฉันจะรักสิ่งต่างๆ โดยไม่เห็นมันได้อย่างไร?
แล้วฉันก็คิดถึงคนตาบอดมากมายในโลก และเขาเหล่านั้นยังรักพระเจ้า และสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง
แล้วฉันก็ตอบว่า “มันคงจะยากที่จะคิดถึงมัน แต่ข้าพระองค์ จะยังรักพระองค์”
แล้วพระเจ้าก็ถามฉันอีกว่า “ถ้าเจ้าหูหนวกล่ะ? เจ้าจะยังฟังคำของเราหรือไม่”
ฉันจะฟังสิ่งต่างๆ ได้อย่างไร ถ้าฉันหูหนวก ?
แล้วฉันก็เข้าใจว่า การฟังพระคำของพระเจ้า ไม่ได้ใช้เพียงหูของเรา แต่ใช้หัวใจด้วย
ฉันจึงตอบไปว่า “มันคงจะยาก แต่ข้าพระองค์จะฟังพระคำของพระองค์”
พระองค์ถามว่า “ถ้าเจ้าเป็นใบ้ล่ะ? เจ้าจะยังสรรเสริญนามของเราหรือไม่”
ฉันจะสรรเสริญพระองค์โดยไม่มีเสียงได้อย่างไร
แล้วก็ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่า พระเจ้าต้องการให้เราร้องเพลงจากหัวใจและจิตวิญญาณ
ไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับเสียงของเรา และการสรรเสริญพระเจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นเสียงเพลงเสมอไป
แต่เมื่อเราถูกข่มเหง เราก็สรรเสริญพระเจ้าได้ด้วยคำขอบคุณ
แล้วฉันก็ตอบว่า “ถึงข้าพระองค์จะไม่สามารถร้องเพลงได้ แต่ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระนามของพระองค์”
และพระองค์ก็ถามว่า “เจ้ารักเราจริงหรือ”
ด้วยความกล้าหาญและการตัดสินใจที่แน่วแน่ ฉันตอบไปอย่างชัดเจนว่า
“ใช่แล้วพระเจ้า ข้าพระองค์รักพระองค์ เพราะพระองค์เป็นพระเจ้าองค์เดียว และเป็นพระเจ้าที่เที่ยงแท้”
ฉันคิดว่า ฉันตอบได้ดีแล้ว แต่… พระเจ้าถามว่า “แล้วทำไมเจ้าถึงทำบาปล่ะ?”
ฉันตอบว่า “ก็ข้าพระองค์เป็นเพียงมนุษย์ ข้าพระองค์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ”
พระเจ้าตรัสอีกว่า “แล้วทำไมเวลาที่มีความสุขเจ้าถึงหลงไปจากทางของเรา?
แล้วทำไมเฉพาะเวลาที่มีความทุกข์เจ้าถึงอธิษฐานอย่างจริงจัง”
ไม่มีคำตอบ… มีเพียงน้ำตา
พระเจ้าตรัสต่อไปว่า

“ทำไมถึงร้องเพลงเวลาที่อยู่เป็นกลุ่มเท่านั้น แล้วเวลาที่อยู่คนเดียวล่ะ?
ทำไมถึงหาเราเฉพาะเวลาที่นมัสการ?
ทำไมถึงขอแต่สิ่งที่เห็นแก่ตัว ? ทำไมถึงขอแต่สิ่งที่ไม่ยั่งยืน ?”
น้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มของฉัน


“ทำไมเจ้าจึงละอายเรื่องของเรา ? ทำไมไม่ประกาศข่าวประเสริฐออกไป ?
ทำไมเวลาที่ถูกข่มเหง เจ้าจึงร้องไห้กับคนอื่นๆ ในขณะที่เรายกบ่าของเราให้เจ้าร้องไห้ ?
ทำไมจึงหาข้อแก้ตัว เมื่อเราให้โอกาสเจ้ารับใช้ในนามของเรา ?”
ฉันพยายามจะตอบ แต่ไม่สามารถตอบได้
“เจ้าได้รับพรในชีวิต เราสร้างเจ้าไม่ได้ให้เจ้าละทิ้งของประทานออกไป
เราได้อวยพรเจ้าให้มีความสามารถที่จะรับใช้เรา แต่เจ้าก็ยังหันเหไป
เราได้สำแดงพระคำของเราแก่เจ้า แต่เจ้าก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์
เราได้พูดกับเจ้า แต่หูของเจ้าก็ปิด
เราสำแดงพระพรของเราแก่เจ้า แต่เจ้าก็หันตาของเจ้าไปทางอื่น
เราได้ส่งผู้รับใช้ไปให้เจ้า แต่เจ้าก็นั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไร จนพวกเขาถูกดึงออกไป
เราได้ยินคำอธิษฐานของเจ้า และเราตอบทุกคำ”
“เจ้ารักเราจริงๆ หรือ”
ฉันไม่สามารถตอบได้ ฉันจะตอบได้อย่างไร
ฉันรู้สึกอึกอัก ฉันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ฉันจะบอกว่าอย่างไร ?
เมื่อหัวใจของฉันร้องไห้ และน้ำตาก็ไหลออกมา
ฉันพูดว่า “โปรดให้อภัยข้าพระองค์ด้วยพระเจ้า ข้าพระองค์ไม่ดีพอที่จะเป็นลูกของพระองค์”
พระองค์ตอบว่า “นั่นเป็นพระคุณของเรา ลูกเอ๋ย”
ฉันถามต่อไปว่า “แล้วทำไมพระองค์ยังสามารถให้อภัยข้าพระองค์ได้อีก? ทำไมยังรักข้าพระองค์ได้อีก?”

พระองค์ตอบว่า “เพราะว่าเจ้าเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา เจ้าเป็นลูกของเรา เราไม่เคยทอดทิ้งเจ้าไปไกลเลย
เมื่อเจ้าร้องไห้ เราก็จะเข้าใจและร้องไห้กับเจ้า
เมื่อเจ้าร้องตะโกนด้วยความชื่นชมยินดี เราก็จะหัวเราะไปกับเจ้าด้วย
เมื่อเจ้าล้ม เราก็จะหนุนกำลังเจ้า
เมื่อเจ้าตกต่ำ เราก็จะยกเจ้าขึ้น
เมื่อเจ้าเหนื่อย เราก็จะอุ้มเจ้าไว้
เราจะอยู่กับเจ้าจนถึงวันสุดท้าย และเราจะรักเจ้าตลอดไป”
ไม่เคยมีครั้งไหนที่ฉันร้องไห้หนักเท่านี้มาก่อน ฉันเย็นชาอย่างนี้ได้อย่างไร?
ฉันทำให้พระเจ้าเจ็บปวดอย่างที่ฉันทำได้อย่างไร?
ฉันถามพระเจ้าว่า “พระองค์รักข้าพระองค์มากเท่าใด?”
พระองค์ทรงกางแขนออก และฉันก็เห็นรอยตะปูบนมือของพระองค์
ฉันก้มลงแทบพระบาทของพระคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอด
และเป็นเวลาแรกที่ฉันอธิษฐานอย่างจริงจัง …

………………………………………………….

บทความนี้สำหรับทุกคนที่ได้อ่าน อาจจะมีบางสิ่งพิเศษ และสมควรจะได้รับการส่งต่อไป
อย่าเพียงแค่อ่านเรื่องนี้ แล้วลืมมัน ให้ใช้ในชีวิตของคุณด้วย ให้พระเจ้าอยู่ในชีวิตของคุณ
จำไว้ว่า พระเจ้ารักคุณเสมอ..
ขอพระเจ้าอวยพร…นะค่ะพี่ชาย หวังว่าคงหนุนใจได้มาก
 
Oct 12 5:28 AM
 
พระเจ้าทรงให้มากกว่าที่เราคิด

ตั้งแต่ต้นปี 52 เรื่อยมา เศรษฐกิจและภาวะครองชีพหรือชีวิตประจำวันของชนชั้นกลางลงมา ต่างกดดันจนเครียดและว้าวุ่นกับการเสาะหาช่องทางเพิ่มรายได้ เพื่อให้เพียงพอ ไม่เป็นหนี้หรือชอร์ทเงินเพิ่มมากขึ้น กลุ่มการพนัน, มิจฉาชีพ, ขโมย-โจร, ค้ายา, ค้ามนุษย์, ขายเพศ, ค้าของเถื่อน-ละเมิดลิขสิทธิ์, ผลิตและจำหน่ายของปลอม, การฝ่าฝืนกฎหมาย, คอร์รัปชั่น ฯลฯ จึงแพร่ขยายตัวทวีคูณราวกับโรคติดต่อร้ายแรง

เราจะได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าความเจริญที่ชัดเจน คือทางวัตถุ สิ่งปลูกสร้าง ระบบทุนนิยม กระแสนิยม แต่จิตใจของปุถุชนกลับแห้งแล้งแห้งผาก ยิ่งดิ้นรนแสวงหาก็ราวกับไขว่คว้าลมอย่างเพ้อฝัน จิตสำนึกที่ดีก็อาจจะเปลี่ยนไป คล้อยตามวิถีของเม็ดเงิน ซึ่งเป็นกลอุบายหรือกับดักของซาตานและสมุนของมัน

ขอแบ่งปันพระพรผ่านคำพยานที่ดูเผินๆแล้ว "ปฏิบัติยากจัง" แต่แท้ที่จริงแล้ว "ง่ายที่สุด และไม่ต้องฝืนใจเลยแม้แต่น้อย" ลองพิจารณาใคร่ครวญดูนะครับ

เริ่มจากให้เราระลึกถึงและตระหนักในคำว่า "ความรัก" ที่พระเจ้าทรงย้ำสอนในพระคัมภีร์ ซึ่งขอสรุปย่อๆ ณ ที่นี้ว่า "ความรัก"ที่พระเจ้าทรงย้ำถึงนั้น คือ "จงรักซึ่งกันและกัน, จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง, จงรักพระเจ้าสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดกำลังความคิด" เมื่อเรากลั่นกรองสาระสำคัญจากพระวจนะส่วนนี้ จะเห็นได้ชัดว่า "ความรัก" ไม่ใช่ความใคร่ ไม่ใช่กิเลสตัณหา ไม่ใช่การแสดงออกเพื่อขอรับสิ่งแลกเปลี่ยน แต่เป็นความบริสุทธิ์ เป็นความจริงใจ และความตั้งใจในชีวิตที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถกระทำได้อย่างสุดกำลังความสามารถเพื่อให้ผู้ที่เรารักและห่วงใย มีชีวิตและจิตใจที่ดีขึ้น เช่น สามี-ภรรยา, พ่อแม่และลูก, หัวหน้าและลูกน้อง, นายจ้างกับลูกจ้าง, พี่น้องท้องเดียวกัน, เพื่อนบ้าน, สังคมรอบข้าง และระดับประเทศ

กรณีสามี-ภรรยา เมื่อมีพระเจ้าเป็นเอกเป็นหนึ่งในชีวิต ก็ต้องยึดมั่น เชื่อฟัง และวางใจในหลักความจริงที่พระเจ้าทรงสอน ใช้พระพรแห่งพระปัญญาที่ทรงประทานให้เรามีสติและปัญญา มีความรอบรู้ในเรื่องถูกและผิด มีพระคัมภีร์เป็นแม่บทและกฎเหล็กของชีวิต ทุกคนย่อมผิดพลาดและหลงจากสิ่งที่ดีกันทั้งนั้น จึงต้องอภัยและให้โอกาสอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ ไม่ยึดตนเองเป็นต้นแบบ เพราะเราจำเป็นต้องยึดคำสอนและกฎหมายของพระเจ้าเป็นสำคัญ, ถ้าเราเป็นครูอาจารย์ เราจะวางตัวอย่างไรกับลูกศิษย์และสังคมครูอาจารย์ด้วยกัน การตามใจตนเองและหวังให้คนอื่นต้องเป็นเหมือนเรา จึงไม่ถูกต้องเหมาะสม จนอาจขาดสติ ไร้จรรยาบรรณ อยุติธรรม

เมื่อเรารักพระเจ้า เชื่อฟังพระองค์ เชื่อฟังพระคัมภีร์ ถ้าเราเป็นลูก เป็นลูกศิษย์ เป็นลูกน้อง เป็นลูกจ้าง เมื่อครูอาจารย์ หัวหน้า หรือนายจ้างมอบหมายงาน สั่งการ(ในเรื่องงาน หรือสิ่งที่ดี) เราก็ต้องรับผิดชอบและทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถ จะไม่มีข้อขัดแย้ง ไม่อวดรู้อวดฉลาด จองหอง ไม่มีเหตุผลเป็นอื่นที่จะขัดแย้งหรือเบี้ยว-ปฏิเสธความรับผิดชอบ

เราไม่สามารถประเมินหรือคาดการณ์ได้ว่า วันนี้สามีหรือภรรยาของเราจะให้เราดูแลรับผิดชอบอะไร ครูอาจารย์จะให้เราเรียนหรือทำการบ้านทำงานอะไร หัวหน้าและนายจ้างจะให้เรารับผิดชอบอะไร

ด้วยจิตสำนึกที่ดี ด้วยความเคารพยำเกรง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ความเชื่อฟัง และความรักที่เรามีต่อพระเจ้าของเรา เราจึงต้องพร้อมเสมอในทุกภาวะเหตุการณ์ เพื่อให้โลก(ชาวโลก)ได้เห็นและพิสูจน์ได้ว่าพระเจ้ามีจริง ทรงพระชนม์อยู่จริง ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิตของเราจริงๆ

เคล็ดไม่ลับ ก็คือ อธิษฐานด้วยจิตใจที่ถ่อมลง ด้วยจิตสำนึกที่เราเป็นคนบาปมหันต์ที่รักและทำตามใจตัวเองตามแบบโลกซึ่งเป็นกลอุบายของซาตาน ขอให้พระเจ้าครอบครองหัวใจและจิตวิญญาณของเรา-สั่งการให้เราทำในสิ่งที่พระองค์จัดเตรียมไว้และขัดขวางหรือทำลายทุกแผนการที่ผิดต่อพระองค์ ขอให้พระองค์ทรงสอน-เพิ่มเติมทุกอย่างที่เราจะได้รับใช้พระองค์มากยิ่งๆขึ้นด้วยฤทธิ์เดชด้วยฤทธานุภาพผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์

เมื่อเรายกชีวิตของเราให้พระเจ้า ซึ่งเป็นเจ้าของ-ผู้ทรงสร้างและประทานพระวิญญาณ(ลมปราณ)ให้แก่เรา ก็ไม่ต้องวิตกกังวล, ถ้าเราเชื่อฟังพระองค์ มั่นใจ-วางใจในพระองค์ว่าพระองค์จะไม่หลอกล่อ ไม่ทำร้ายเรา และจะทรงช่วยเหลือ ทรงนำให้เรารับใช้พระองค์ รับใช้ชาวโลกด้วยพระคุณความรักของพระองค์ สันติสุขและฤทธานุภาพทั้งสิ้นก็จะบังเกิดและส่องสว่างแก่ชาวโลกผ่านชีวิตของเรา พระองค์จะทรงจัดการภาระชีวิตประจำวันอันหนักอึ้งให้เราเองครับ

"รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง (ไม่ใช่หวังรับสิ่งตอบแทน หรือมีแผนซ่อนเร้น-วางแผนแยบยลเพื่อหลอกลวงเค้า)"

"รักพระเจ้าสุดจิตสุดใจและสิ้นสุดกำลังความคิด (ไม่ใช่รักๆหยุดๆ หรือรักและเชื่อฟังเป็นพักๆ, ไม่ใช่มีเรื่องอื่นสำคัญหรือยิ่งใหญ่กว่า แล้ววางพระเจ้าทิ้งไว้ และละเมิดกฎแห่งชีวิตของพระองค์)"
 
Oct 9 2:42 AM
NOON says:
 
สบายดีป่ะค่ะ
 
Oct 1 5:06 AM
 
พระคำ หนุนใจ สุภาษษิค

สุภาษิต บทที่ 10 ข้อ 4 "มือที่หย่อนเป็นเหตุให้เกิดความยากจน แต่มือที่ขยันขันแข็งกระทำให้มั่งคั่ง"
สุภาษิต บทที่ 12 ข้อ 24 "มือของคนที่ขยันขันแข็งจะครอบครอง ฝ่ายคนเกียจคร้านจะถูกบังคับให้ทำงานโยธา"
สุภาษิต บทที่ 12 ข้อ 27 "คนเกียจคร้านจะจับเหยื่อของเขาไม่ได้ แต่คนขยันขันแข็งจะได้ทรัพย์ศฤงคารประเสริฐ "
สุภาษิต บทที่ 13 ข้อ 4 "วิญญาณของคนเกียจคร้านยังอยากอยู่ แต่ไม่ได้อะไรเลย ฝ่ายวิญญาณของคนขยันจะอ้วนพี "
สุภาษิต บทที่ 21 ข้อ 5 "แผนงานของคนขยันขันแข็งนำสู่ความอุดมแน่นอน แต่ทุกคนที่เร่งร้อนก็มาสู่ความขัดสนเท่านั้น "

สุภาษิต ที่ยก มากำลัง บอกว่า ถ้าคุณ ขยัน คุณจะได้สิ่งที่ตอบแทนทั้ง ความสมบรูณ์ในฝ่ายเนื้อหนัง และความเข้มแข็งในฝ่ายวิญญาณ
ใน ทางกลับกัน ถ้าขี้เกียจ ก็มีแต่อดกับอด ทั้งเนื้อหนัง และ ฝ่ายวิญญาณอะน่ะค่ะ

แต่ในทางกลับกัน กลับอีกด้าน ถ้า ตัวเราชักขี้เกียจ ผมมีข้อหนุนใจครับ
สุภาษิต บทที่ 6 ข้อ 6 คนเกียจคร้านเอ๋ย ไปหามดไป๊ พิเคราะห์ดูทางของมัน และจงฉลาด
และข้อ 9 คนเกียจคร้านเอ๋ย เจ้าจะนอนนานเท่าใด เมื่อไรเจ้าจะลุกขึ้นจากหลับ

คิดสิ ว่า ทำไมมดขยันจัง ยังนอนอยู่อีกอะดูข้อต่อไป < < < < < < -*-

สุภาษิต บทที่ 19 ข้อ 15 ความเกียจคร้านทำให้หลับสนิท และคนขี้เกียจจะต้องหิว
สุภาษิต บทที่ 19 ข้อ 24 คนเกียจคร้านฝังมือของตัวไว้ในชาม และไม่ยอมแม้แต่จะนำอาหารมาสู่ปากของตน
สุภาษิต บทที่ 21 ข้อ 25 ความปรารถนาของคนเกียจคร้านฆ่าตัวเขาเอง เพราะมือของเขาปฏิเสธไม่ทำงาน
ปัญญาจารย์ บทที่ 10 ข้อ 18 เพราะความขี้เกียจ หลังคาจึงหักพังลง และเพราะความเกียจคร้านเรือนจึงรั่วเฉอะแฉะ

พระคำพระเจ้าพยายามให้เห็นว่า คนขี้เกียจนะมันไม่ทำอะไรเลย แล้ว ก็คงต้อง อด...........
สุดท้าย ถ้า ไม่ทำไร เลย ก็อย่าให้กินดีกว่า ใช่ว่าจะใจดำ แต่บางครั้งการอดก็จะทำให้คนขี้เกียจรู้สึกว่าต้องทำ และ เมื่อทำก็จะทำให้ขยันขึ้นมาบ้าง
นั้นแหละ ที่เราชอบ เพราะเมื่อก่อนเราเป็นคนขี้เกียจในงานพระเจ้า แต่แล้วพระเจ้าทำใหเราอด เราเลยเรียนรู้ว่าเมื่อเราเริ่มทำงานให้พระองค์
เราจึงรู้ค่าว่า การขยันในงานพระเจ้า นั้น "มีค่าเพียงใด"

ขอขอบคุณพระเจ้าค่ะขอพระเจ้าเสริมกำลังค่ะ
 
Sep 30 8:12 AM
 
บัดนี้ ให้เราศึกษาถึงเรื่องอารมณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์

พระองค์ทรงรักเรา
“(...) โดยความรักของพระวิญญาณ” (โรม 15:30)

พระองค์ทรงหนุนใจ
“และด้วยรับความหนุนใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ คริสตสมาชิกก็ยิ่งทวีมากขึ้น” (กิจการของอัครทูต 9:31)

พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วย
“แต่พระผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ (...)” (ยอห์น 14:26)
“พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย” (โรม 8:26)

พระองค์ทรงอธิษฐานขอเผื่อธรรมิกชน
“พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า” (โรม 8:27)

พระองค์ทรงเรียกเชิญให้เรากลับใจและรับความรอด
“พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา ผู้ใดมีใจปรารถนาก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย” (วิวรณ์ 22:17)



ในที่สุด ให้เราศึกษาพระประสงค์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์

พระองค์ทรงกระทำการตามพระทัยของพระองค์
“พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่แต่ละคนตามชอบพระทัยพระองค์” (1 โครินธ์ 12:11)

พระองค์ทรงนำ
“พระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำผู้ใด ผู้นั้นก็เป็นบุตรของพระเจ้า” (โรม 8:14)

พระองค์ทรงห้าม
“พระวิญญาณบริสุทธิ์ห้ามมิให้กล่าวพระวจนะของพระเจ้า (...)” (กิจการของอัครทูต 16:6)
“เมื่อลงไปยังที่ตรงข้ามกับแคว้นมิเซียแล้ว ก็พยายามจะไปยังแว่นแคว้นบิธีเนีย แต่พระวิญญาณของพระเยซูไม่ทรงโปรดให้ไป” (กิจการของอัครทูต 16:7)

พระองค์ทรงเป็นพยาน
“พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเป็นพยานให้แก่เรา” (ฮีบรู 10:15)

พระองค์ทรงกระทำให้รู้แจ้ง
“[พระวิญญาณ] จะกระทำให้โลกรู้แจ้ง” (ยอห์น 16:8)
 
Sep 27 5:12 AM
 
ข้าแต่พระเจ้า บางครั้ง.....
พระองค์ยอมให้เกิดการแตกหัก
เพื่อพระองค์จะได้สร้างใหม่
พระองค์ยอมให้เกิดบาดแผล
เพื่อพระองค์จะได้รักษา
พระองค์ยอมให้ลูกเดินในที่มืด
เพื่อลูกจะได้เห็นแสงสว่างของพระองค์
พระองค์ยอมให้ลูกเกิดฉงนสงสัย
เพื่อลูกจะได้แสวงหาความจริง
พระองค์ยอมให้ลูกว่างเปล่า
เพื่อพระองค์จะได้เติมเต็ม
พระองค์ยอมให้ลูกเดียวดาย
เพื่อลูกจะได้ตระหนักถึงมิตรภาพของพระองค์
พระองค์ยอมให้ลูกเรียนรู้ความยากลำบาก
เพื่อลูกจะได้เป็นครูที่อ่อนหวาน
พระองค์ยอมให้เกิดความรู้สึกอ้างว้าง
เพื่อลูกจะได้เรียนรู้ที่จะเดินในความเชื่อ
พระองค์ยอมให้ลูกทนทรมานจากความเจ็บปวด
เพื่อลูกจะได้เข้าใจ และเห็นใจถึงความเจ็บปวดของคนอื่นด้วย

ขอพระเจ้าเสริมกำลังค่ะ
 
Sep 25 10:13 PM
 
อย่างนี้มันต้อง ถอน
 
Sep 20 4:19 AM
 
12 บทกลอนแห่งการขอบพระคุณ

...........1............
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับนาฬิกาปลุก ทำให้ฉันต้องลุกขึ้นตื่นแต่เช้า
เพื่อเตรียมตัวไปทำงานทั้งหนักเบา เพื่อเข้าเฝ้าพระองค์ผู้ทรงนำ
............2.............
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเปลือกตา ที่เปิดได้ยากกว่าสิ่งไหนๆ
โดยเฉพาะตอนเช้าๆยิ่งหนักใจ แต่ถ้าปิดตลอดไปคงไม่ดี
............3............
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับแปรงสีฟัน ใช้ทุกวันมีฟันสวยสดใส
ขอบคุณที่แปรงฟันใช้ไม่ยากไป ง่วงขนาดไหน ยังใช้ได้ถูกวิธี
............4...........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการอาบน้ำ แสนชุ่มฉ่ำร่างกายกระฉับกระเฉง
สระผม ฟอกสบู่พร้อมร้องเพลง จิตวิญญาณก็ครื้นเครงมีกำลัง
.............5...........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเสื้อผ้า แม้ไม่มากเหลือคณาให้เลือกสรร
แต่มีใส่ทุกวันได้ไม่ซ้ำกัน คนนับพันยังต้องขอรอจากเรา
............6...........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับรถติดๆ ได้หยุดคิดวันนี้พร้อมแค่ไหน
ได้สังเกตสิ่งรอบข้างก่อนผ่านไป ทนไม่ไหวลงเดินได้ร่างกายแข็งแรง
............7...........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการงาน ทำให้ทุกวันมีความหมาย
คนไม่มีงานทำตั้งมากมาย จะลำบากหรือสบายตั้งใจทำ
............8...........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับข้าวร้านเก่า กินแล้วกินเล่าจนแม่ค้าจำหน้าได้
อาหารเดิมๆเลยไม่รู้จะกินอะไร ช่วยให้ผอมลงได้ตั้งหลายโล
.............9..........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับผู้คน ผ่านเวียนวนดีไม่ดีมีหลากหลาย
ได้บทเรียนช่วยเปลี่ยนภายในใจ ฝึกฝนให้รู้จักรักทุกคน
...........10..........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสันติสุข เหนือความทุกข์ที่เข้ามาทับถม
มีปัญหามากมายยังชื่นชม จะยิ้มข่มเหล่ามารที่โจมตีเรา
............11...........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการพักผ่อน ทั้งเตียงนอนหมอนผ้าห่มแสนอบอุ่น
กลิ่นตอนหลับคราบน้ำลายที่เคยคุ้น นับพระคุณที่ผ่านมาตลอดทั้งวัน
...........12...........
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันพรุ่งนี้ สิ่งดีๆที่รออยู่ข้างหน้า
ขอทรงปกป้องในยามนิทรา ทุกสิ่งที่ประทานมาขอบพระคุณ



จงขอบพระคุณในทุกกรณี

เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า

ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย



1เธสะโลนิกา 5 : 18


ผู้นมัสการอย่างถูกต้องและเที่ยงแท้ ควรจะมีคุณสมบัติ 4 ประการดังนี้


1. ควรมีความหิวกระหาย (Thirsty)
- หิวกระหายในสิ่งที่ควรแสวงหา
- หิวกระหายในความจริง
- หิวกระหายพระวจนะ
- หิวกระหายที่จะประกาศข่าวประเสริฐ ดวงวิญญาณจะกลับมาหาพระองค๋โดยเร็ว
- หิวกระหายที่จะรักษาใจให้พระองค์ทั้งสิ้นในชีวิตของตน


2. ควรมีการตอบสนอง (Response)


3. ควรเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบกลับตาลปัตร (Upside-down)
- กลับตาลปัตรให้ชีวิตส่วนตัวให้ทำตามพระทัยของพระองค์ทุกเรื่อง
- กลับตาลปัตรให้ชีวิตครอบครัวให้มีความรัก
- กลับตาลปัตรให้ชีวิตสังคมให้มีวินัย


4. ควรมีชีวิตที่ส่งผลต่อสิ่งรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพ (Effectiveness)
- ควรมีอิทธิพลต่อคนรอบข้าง
- ควรมีอิทธิพลต่อสังคมในเชิงบวก
- ควรมีอิทธิพลต่อชุมชน กลุ่มชนทุก ๆ กลุ่มจะเป็นชุมชนแห่งการสรรเสริญ

ขอพระเจ้าอวยพระพรนะค่ะบายๆค่ะแล้วพบกันใหม่ค่ะ
 
Sep 16 5:00 AM
 
แวะมาทักทายค่ะ

สะบายดีกันไมค่ะ

ชว่งนี้ฝนตกดูเลสุขภาพด้วยนะค่ะ

ขอพระเจ้าอวยพระพรค่ะ
 
Sep 15 11:05 PM
 
ส่งรูปมาให้ดู ให้อิจฉาเล่นบ้างดิ...^^
 
Sep 9 7:28 AM
Jibby says:
 
งานแต่งน่ารัก เจ้าสาวก็น่ารักมากๆ วันนี้รักกันยังไง ก็ขอให้อีก 50-60-70-80 ปีข้างหน้าก็รักกันหยั่งงี้นะจ้ะ
Happy wedding day ja
P'Jib
 
Sep 8 2:01 AM
 
ง่า............

มากล่าวหาอะไรกันอีกกก
 
 
Sep 1 3:41 AM
 
งานนี้ขออีกซักช่อละกัน..
จะได้ดูศักดิ์สิทธิ์..
เห่อ-เห่อ..
 
Aug 31 9:27 PM
 
ว้อยยยย...
จาแต่งแล้ววววว...
ว้อยยยยย...

กิ๊ววว...กิ๊วววว..
 
Aug 30 9:36 PM
 
where ? what time? ja...
 
Aug 29 8:07 PM
 
ตื่นเช้าเหมือนกานนะ..ตะเอง^^
 
Aug 27 8:00 AM
 
ใครอ้วนกันแน่

เม้นผิดป่าวเนี่ย?

Title
body