Join Group
รวมพลคน"Rasta" เขียว,เหลือง,แดง
Google Translation:
Off
When Google Translation is on, topics and messages in this group will be machine-translated to your language by Google.
|
Category:
|
Entertainment and Arts |
|
Created:
|
May 8, 2009 |
|
Type:
|
Public |
|
Members:
|
29 |
|
Owner:
|
นักป่วนประสาท Welcome
|
|
Language:
|
Thai |
|
Country:
|
|
"Rasta" เป็นคำที่ใช้เรียก คนที่หลงใหลในลัทธิ RastafarianismRasta มาจากชื่อเต็มๆว่า "Rastafari"
บ็อบ มาร์เลย์ : ราชาเรกเกกับความหมายทางวัฒนธรรม
“บ็อบ มาร์เลย์” หรือชื่อจริงว่า "โรเบิร์ต เนสต้า มาร์เลย์" เป็นนักดนตรีเพื่อชีวิตเพื่อการต่อสู้ของประชาชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลคนหนึ่งของโลก เกิดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1945 ในเกิด ในชุมชนคนผิวดำ ในเมืองเชนต์เเอน ์ ของประเทศจาไมกา ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่อยู่ระหว่างหลักไมล์ที่แปดกับเก้าระหว่างทางมุ่งสู่อัลวาเรียก ตามภาษาคนท้องถิ่นว่า หลักเก้า ณ ประเทศ จาไมก้า
เป็นบุตรของ นางซีเดลล่า กับ ร้อยเอก นอร์วัล มาร์เลย์ เติบโตท่ามกลางชุมชนทาสเเละครอบครัวที่เเตกเเยก พ่อเป็นคนผิวขาวชาวอังกฤษที่ทำงานอยู่jกับราชนาวีอังกฤษ แต่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้เป็นพ่อ พ่อจึงเป็นเพียงแค่คนรู้จักที่มาเยี่ยมเยียนในบางโอกาสเท่านั้น เขาจึงเติบโตมากับแม่
ปี 1957 มารดาพาอพยบสู่เมืองหลวง คือกรุงคิงสตัน อาศัยอยู่ในสลัม "เทรนช์ทาวน์" ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนจน มีวิถีตามความเชื่อดั่งเดิมของคนดำ คือ เชื่อว่าตนเป็นลูกหลานของกษัตริย์ โซโลมอน เเละเป็นชนชาวยิวพลัดถิ่นรอวันกลับสู่เเผ่นดินของตน ถิ่นนี้เป็นเเหล่งกำเนิดวัฒนธรรมและลัทธิ รัสตาฟาเรียนิสม์ อายุ 17 ปีก็เริ่มทุ่มเทให้กับการร้องเพลง เเละฝึกฝนอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการร้องในโรงภาพยนต์ เเละไช้เวลาหลังจากเลิกเรียนหัดร้องเพลงกับเพื่อนๆเเทนการทำการบ้าน จนได้มีโอกาสเรียนรู้ด้านดนตรี จาก โจฮิกก์ส ศาสตราจารย์ข้างถนนที่มีความสามารถทางดนตรีอย่างเยี่ยมยอด เริ่มก่อตั้งวงดนตรีกับ บันนี เเละ ปีเตอร์ เเมคอินทอช เล่นเพลงป๊อปอเมริกาเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพในระหว่างฝึกฝนด้านดนตรี เเละมีเเผ่นเสียงของตนเองออกจำหน่ายในปี 1962 ปี 1963 ก่อตั้งวง เดอะ เวลลิงรูดบอยส์ กับเพื่อน 6 คน เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวจาไมกาคนแรกที่ผลักดันเอาดนตรีพื้นเมืองจาไมกา หรือ “เร็กเก” ออกสู่ตลาดโลก และกลายเป็น “ราชาเพลงเร็กเก” ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บันทึกเสียงครั้งแรกในเพลง Judge Not เมื่อเขาอายุ 16 ปี โด่งดังทั่วอังกฤษและสหรัฐอเมริกาครั้งแรกในปี 1973 ในอัลบั้ม Catch a Fire ได้ออกโทรทัศน์ BBC
สิ่งพิเศษที่มีอยู่ในตัวเขาก็คือวิธีการประพันธ์เนื้อเพลงที่สะท้อนมุมมองทางการเมือง ชีวิต และสังคมที่เฉียบแหลม คมคาย และหยั่งรากลึกสู่จิตวิญญาณ เรกเก กับ
ราชาเรกเก กับการเคลื่อนไหวทางการเมือง
สถานการณ์พื้นฐานในทศวรรษที่ 1960-1970 นั้น ความขัดแย้งเรื่องสีผิวยังมีอยู่สูง คนผิวสีจึงเป็นเพียงพลเมืองชั้น 2 ท่ามกลางระบบความคิดแบบเหยียดผิวของพวกแองโกล-แซกซอน (Anglo-Saxon)นั้น เขาใช้ดนตรีเป็นสื่อในการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ ผ่านกีตาร์ตัวหนึ่ง กับฮาโมนิการ์คู่ใจ ร้องเพลงเพื่อสะท้อนปัญหาอย่างทรงพลัง ดนตรีเร็กเก้ที่บ็อบนำมาขับกล่อมนั้น ถูกขบวนการคนผิวดำและต่อต้านลัทธิเหยียดผิวบางกลุ่มนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงออกถึงประเด็นทางสังคม เช่น กลุ่มรัสตาฟารี (Rasta Farians) และต่อมาเร็กเก้ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนผิวขาวในตอนปลายทศวรรษ 1960
ปี 1966 ประเทศจาไมก้าตกอยู่ในภาวะร้อนระอุบทเพลงเนื้อหาเริ่มร้อนเเรงขึ้น อันเป็นผลมา จากการปราบจราจลระหว่างผิวในปี 1965 ติดตามด้วยกระเเสต่อต้านคนดำ เเละการไล่รื้อสลัมทำหมู่บ้านจัดสรรในเดือนกรกฎาคม 1966 เเละการประทะของกลุ่มชนที่เข้าข้างฝ่ายรัฐบาลเเละฝ่ายค้าน อันได้เเก่พรรค อนุรักษ์นิยมเเจเเอลพี เเละพรรค สังคมนิยมพีเอ็นพีฝ่ายค้าน
บ็อบ มาร์เลย์ทำให้ดนตรีเร็กเกเฟื่องฟูมากที่สุดในทศวรรษที่ 1970 เขาตั้งวงชื่อ "บ็อบ มาร์เลย์ แอนด์ เดอะ เวลเลอร์ส" (Bob Marley and the Wailers) ขึ้น ในปี 1964 นับเป็นศิลปินเพลงเร็กเกคณะแรกที่โด่งดังไปทั่วโลก
ในปี 1975 ได้ไปเปิดการแสดงที่ลอสแอนเจลิส ผู้คนคลั่งไคล้มาก เพลงฮิตเพลงแรกในอังกฤษคือ No Woman No Cry ในปี 1975 และ Jamming ในปี 1977 และ One Love ในปี 1984 ประธานาธิบดีไมเคิล แมนเลย์แห่งจาไมกาสนับสนุนให้เขาจัดคอนเสิร์ตฟรี ในวันที่ 5 ธันวาคม 1975 นั้นเอง แต่ปรากฎว่าก่อนหน้า 2 วัน มีกลุ่มมือปืนมาดักยิงตัวเขา ริต้า และผู้จัดการวงดนตรี แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต เขายังคงเดินหน้าแสดงคอนเสิร์ตต่อไปทั้ง ๆ ที่ใช้ผ้าคล้องแขนกับคอเพราะบาดเจ็บ
ในปี 1976 บ็อบ มาเลย์ต้องงดรายการคอนเสิร์ตทัวร์ทั่วยุโรป เนื่องจากตรวจพบเป็นมะเร็งที่เท้าขวา อันเนื่องมาบาดแผลระหว่างการเล่นฟุตบอลในอดีตแล้วละเลยไม่รักษา บ็อบ มาเลย์กลับมาแสดงคอนเสิร์ต One Love ที่จาไมก้าอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 1978 และได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการให้ประธานาธิบดี และผู้นำฝ่ายค้านขึ้นไปจับมือกันบนเวที และปรากฏการณ์ “การจับมือกัน” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาได้รับรางวัล The United Nations' Peace Medal
ในเดือนมิถุนายน 1978 ภาพของบ๊อบ มาลีย์ ในฐานะผู้นำแห่งการปลดปล่อย ถูกฉายชัดอีกครั้งในปี 1980 เมื่อเขาได้รับเชิญให้เป็นผู้นำในการเฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพของซิมบับเวย์ ในวันที่ 17 เมษายน 1980 บ๊อบได้รับเชิญให้ร่วมเล่นดนตรีในพิธีเฉลิมฉลองเอกราชของประเทศ ซิมบับเว ที่เคยป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งเเต่ปี 1965 ซิมบับเว เป็นประเทศเอกราชลำดับที่ 50 ของทวีปอัฟริกา
เดือนกันยายน 1980 บ็อบ มาเลย์ล้มลงขณะที่กำลังจ้อกกิ้งใน Central Park สวนสาธารณะกลางมหานครนิวยอร์คที่พำนักอยู่ ตรวจพบว่ามะเร็งลุกลามไปยังปอดและสมอง บ็อบ มาเลย์ยังคงบินไปแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในชีวิตที่ Stanley Theatre นครพิตสเบิร์ก เมื่อวันที่ 23 กันยายน 1980 และจากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 1981 ด้วยวัยเพียง 36 ปีเท่านั้น ศพของเขาถูกนำกลับมาฝังไว้ที่บ้านเกิดในจาไมก้า เขานอนหลับภายในโลงสีบรอนซ์สวมเจ็คเก็ตผ้าเดนิม นิ้วมือขวาวางบนคัมภีร์ไบเบิลเปิดกางไว้ที่ บท psalm 23 ส่วนมือซ้าย วางทาบบนกีตาร์ กิ๊บสัน - เลสพอล สีเเดงเพลิงกีตาร์คู่ใจของเขา
เรกเก-รัสต้า
Rasta เป็นคำที่ใช้เรียก คนที่หลงใหลในลัทธิ RastafarianismRasta มาจากชื่อเต็มๆว่า Rastafari เป็นลัทธิและปรัชญาความเชื่อหนึ่ง ที่มีอดีตจักรพรรดืไฮลี เซลาซซี (Haile Selassie) แห่งเอธิโอเปียเป็นองค์ศาสดา แต่ลัทธินี้มีต้นกำเนิดในประเทศจาไมกา ในหมู่ชนชั้นแรงงาน ชาวไร่ ชาวนา คนผิวดำ ในยุคปี 1930 ผู้ที่นับถือมีความเชื่อว่า อดีตจักรพรรดิ ไฮลี เซลาซซี แห่งเอธิโอเปีย คือพระเจ้าที่จุติมาเกิดเป็นมนุษย์ ที่จะมาปลดปล่อยคนแอฟริกันและคนดำจากความเป็นทาส และนำพวกเขาไปสู่ความยุติธรรมในสังคม ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงเห็นชาว Rasta หรือผู้ที่หลงใหลดนตรีเร้กเก ชอบใช้ สีเขียว แดง เหลือง เป็นส่วนประกอบของเครื่องแต่งกาย เนื่องจากเป็นสีของธงชาติประเทศเอธิโอเปียนั่นเอง
ความหมายของสีทั้งสามอย่างนี้ก็แผกแตกต่างกันออกไป โดยสีแดงมีความว่า พระอาทิตย์ สีเหลืองมีความว่าผืนดิน สีเขียวมีความหมายว่าต้นไม้และความอุดมสมบูรณ์ และเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของผู้ชื่นชอบดนตรีเร็กเก้ คือการถักผมทรง Dread-lock (ทรงผมทรงหนึ่งที่เป็นที่นิยมใหมู่คนแคริบเบียน) และกัญชา เป็นที่เชื่อกันว่า ความยาวของ dreadlock เป็นสิ่งที่ชี้วัดความเจนจัด ความปราดเปรื่อง และมากด้วยความรู้ และยังบอกถึงระยะเวลา หรือความยาวนานที่ Rastaman คนนั้น ได้หันมานับถือลัทธินี้ ส่วนกัญชานั้น โดยลัทธิรัสตาฟารีมีความเชื่อว่า กัญชาเป็นสมุนไพรเพื่อทำสมาธิและใช้ในการเข้าพิธีกรรมในศาสนา ทุกครั้งเมื่อมีการทำพิธีกรรมต่างๆ ชาวรัสตาฟารีจะต้องเสพกัญชาก่อนเสมอลัทธิและปรัชญาความเชื่อแบบ Rastafari ได้แพร่หลายไปหลายๆ ที่ในโลกโดยผ่านเพลงเรกเก้ของ Bob Marley นักดนตรี นักแต่งเพลงผู้หลงใหลในลัทธิ Rastafari เนื้อหาของเพลงเรกเก้ มีจึงความหลากหลายตั้งแต่เรื่องของ การพยายามที่จะให้กัญชาเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฏหมาย การต่อต้าน ระบบทุนนิยม การเหยียดสีผิว ไปจนถึงการวิพากษ์วิจารณ์ระบอบการเมือง การส่งเสริมสันติภาพในจาไมกา และต่อต้านสงครามของ Bob Marley
Topics in this Group (3)
อยากให้ทุกคนได้รู้จักและนำเอาข้อ
3
replies
More than 1 month ago
ใครมาแล้วก็แนะนำตัวหน่อยจร้า....เอา
0
replies
More than 1 month ago
0
replies
More than 1 month ago